{"help": "https://opend.nstda.or.th/api/3/action/help_show?name=datastore_search", "success": true, "result": {"include_total": true, "limit": 100, "offset": 0, "records_format": "objects", "resource_id": "613a8b61-17eb-4ade-9833-7eefbbbc9985", "total_estimation_threshold": null, "records": [{"_id":1,"เทคนิค":"นิวเคลียร์แมกเนติกเรโซแนนซ์สเปกโตรสโคปี","ชื่อการทดสอบ":"การทดสอบด้วยวิธี 1H NMR","ความสามารถ":"วิเคราะห์หาหมู่ฟังก์ชันและโครงสร้างทางเคมีของสารประกอบอินทรีย์ โดยสามารถวิเคราะห์ได้ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ","คำอธิบาย":"อาศัยคุณสมบัติของนิวเคลียสที่มีสปินไม่เท่ากับศูนย์ เมื่อนิวเคลียสอยู่ในสนามแม่เหล็กจะเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับพลังงานของแมกเนติกโมเมนต์ ซึ่งความแตกต่างของระดับพลังงานนี้จะแสดงออกมาเป็นสเปกตรัม ให้ข้อมูลโครงสร้างทางเคมีของสารประกอบอินทรีย์","Sample Specification":"ละลายตัวอย่าง 10 มิลลิกรัม ในตัวทำละลาย\nดิวทีเรียม 0.5 มิลลิลิตร จากนั้นบรรจุลงในหลอด NMR ปิดฝาให้เรียบร้อย","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"NMR Spectrometer \n(Bruker Biospin AV500)"},{"_id":2,"เทคนิค":"นิวเคลียร์แมกเนติกเรโซแนนซ์สเปกโตรสโคปี","ชื่อการทดสอบ":"การทดสอบด้วยวิธี 13C NMR","ความสามารถ":"วิเคราะห์หาหมู่ฟังก์ชันและโครงสร้างทางเคมีของสารประกอบอินทรีย์ โดยสามารถวิเคราะห์ได้ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ","คำอธิบาย":"อาศัยคุณสมบัติของนิวเคลียสที่มีสปินไม่เท่ากับศูนย์ เมื่อนิวเคลียสอยู่ในสนามแม่เหล็กจะเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับพลังงานของแมกเนติกโมเมนต์ ซึ่งความแตกต่างของระดับพลังงานนี้จะแสดงออกมาเป็นสเปกตรัม ให้ข้อมูลโครงสร้างทางเคมีของสารประกอบอินทรีย์","Sample Specification":"ละลายตัวอย่าง 50 มิลลิกรัม ในตัวทำละลาย\nดิวทีเรียม 0.5 มิลลิลิตร จากนั้นบรรจุลงในหลอด NMR ปิดฝาให้เรียบร้อย","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"NMR Spectrometer \n(Bruker Biospin AV500)"},{"_id":3,"เทคนิค":"สเปกโตรสโคปีแบบสั่น","ชื่อการทดสอบ":"อินฟราเรด สเปกโตรสโคปี ","ความสามารถ":"วิเคราะห์หาหมู่ฟังก์ชัน\nและโครงสร้างทางเคมี\nของสารอินทรีย์ และสาร\nอนินทรีย์บางชนิด โดย\nสามารถวิเคราะห์ในช่วง\nอินฟราเรดย่านกลาง\n(Mid-Infrared, MIR)\nและช่วงอินฟราเรดย่านไกล\n(Far-Infrared, FIR) ทั้งเชิง\nคุณภาพ และเชิงปริมาณ","คำอธิบาย":"อาศัยหลักการดูดกลืนคลื่น\nแสงในช่วงอินฟราเรดที่ทำให้\nเกิดการสั่นของพันธะเคมี\nภายในโมเลกุล ซึ่งค่าความถี่\nต่างๆ ของการสั่นในสเปกตรัม\nนั้น สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับ\nโมเลกุลของสาร","Sample Specification":"ตัวอย่างทั้งที่เป็นของแข็ง\n/ ของเหลวที่ไม่มีน้ำเป็น\nส่วนประกอบ\n* กรณีตัวอย่างอยู่ใน\nรูปแบบฟิล์มบางจะ\nต้องมีความหนาไม่เกิน\n50 ไมโครเมตร\n* กรณีตัวอย่างอยู่ใน\nรูปแบบผง ต้องมี\nปริมาณ 1-2 มิลลิกรัม\n* กรณีตัวอย่างอยู่ใน\nรูปแบบของเหลว ต้อง\nมีปริมาณ 1 มิลลิลิตร","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"1. FT-IR Spectrometer\n(รุ่น Spectrum One,\nยี่ห้อ Perkin Elmer)\n2. FT-IR Spectrometer\n(รุ่น Vertex 70,\nยี่ห้อ Bruker Optics)"},{"_id":4,"เทคนิค":"สเปกโตรสโคปีแบบสั่น","ชื่อการทดสอบ":"อินฟราเรด ","ความสามารถ":"วิเคราะห์หาหมู่ฟังก์ชัน\nและโครงสร้างทางเคมี\nของสารอินทรีย์ และสาร\nอนินทรีย์บางชนิด โดย\nตัวอย่างมีขนาดเล็กระดับ\nไมโครเมตร","คำอธิบาย":"อาศัยหลักการดูดกลืนคลื่น\nแสงในช่วงอินฟราเรดที่ทำให้\nเกิดการสั่นของพันธะเคมี\nภายในโมเลกุล ซึ่งค่าความถี่\nต่างๆ ของการสั่นใน\nสเปกตรัมนั้น สามารถให้\nข้อมูลเกี่ยวกับโมเลกุลของ\nสาร","Sample Specification":"ตัวอย่างทั้งที่เป็น\nของแข็ง / ของเหลวที่\nไม่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ\nโดยขนาดของตัวอย่างที่\nทดสอบจะต้องมีขนาด\nเส้นผ่านศูนย์กลางอย่าง\nน้อย 100 ไมโครเมตร\nและมีความหนามากกว่า\n1 ไมโครเมตร","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"1. FT-IR Imaging\nMicroscope\n(รุ่น Spectrum\nSpotlight 300,\nยี่ห้อ Perkin Elmer)\n2. FT-IR Imaging\nMicroscope\n(รุ่น Hyperion 3000,\nยี่ห้อ Bruker Optics)"},{"_id":5,"เทคนิค":"สเปกโตรสโคปีแบบสั่น","ชื่อการทดสอบ":"รามาน \nไมโครสโคปี","ความสามารถ":"วิเคราะห์หาหมู่ฟังก์ชัน\nและโครงสร้างทางเคมี\nของสารอินทรีย์ และสาร\nอนินทรีย์ โดยตัวอย่างมี\nขนาดเล็กระดับไมโครเมตร","คำอธิบาย":"อาศัยหลักการชนแบบไม่\nยืดหยุ่นระหว่างโฟตอนกับ\nโมเลกุลของสาร จากนั้น\nพลังงานบางส่วนจะถูกถ่ายเท\nไปยังโมเลกุลทำให้เกิดการสั่น\nของโมเลกุลแล้วเกิดกระเจิง\nซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้าง\nโมเลกุล","Sample Specification":"ตัวอย่างทั้งที่เป็นของแข็ง\n/ ของเหลว (เป็นเทคนิคที่\nไม่ทำลายชิ้นงานตัวอย่าง)","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"Dispersive Raman\nMicroscope\n(รุ่น Senterra, ยี่ห้อ Bruker\nOptics)"},{"_id":6,"เทคนิค":"เทคนิคเจลเพอร์มีเอชันโครมาโตกราฟี  ","ชื่อการทดสอบ":"การวิเคราะห์น้ำหนักโมเลกุลของพอลิเมอร์ (ระบบตัวทำละลายอินทรีย์)","ความสามารถ":"วิเคราะห์น้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยและค่าการกระจายตัวของน้ำหนักโมเลกุลของพอลิเมอร์ที่ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์","คำอธิบาย":"อาศัยหลักการแยกสารตามขนาดโมเลกุลของพอลิเมอร์ในสารละลาย","Sample Specification":"ตัวอย่างพอลิเมอร์ที่สามารถละลายได้ในตัวทำละลาย Tetrahydrofuran ได้แก่ \nพอลิสไตรีน (PS), \nพอลิเมทิลเมทาคริเลต (PMMA), พอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) เป็นต้น\nโดยตัวอย่างต้องเป็นของแข็ง และมีปริมาณอย่างน้อย 100 มิลลิกรัม \nการเตรียมตัวอย่างละลายสารตัวอย่างในตัวทำละลาย (0.2% w/v) ทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นกรองสารละลายที่ได้ด้วย filter membrane nylon (pore size 0.45 ?m) ก่อนทำการฉีดเข้าเครื่อง","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"GPC-Tetrahydrofuran system (Waters e2695, Waters USA)"},{"_id":7,"เทคนิค":"เทคนิคเจลเพอร์มีเอชันโครมาโตกราฟี  ","ชื่อการทดสอบ":"การวิเคราะห์น้ำหนักโมเลกุลของพอลิเมอร์ (ระบบน้ำ)","ความสามารถ":"วิเคราะห์น้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยและค่าการกระจายตัวของน้ำหนักโมเลกุลของพอลิเมอร์ที่ละลายในน้ำ","คำอธิบาย":"อาศัยหลักการแยกสารตามขนาดโมเลกุลของพอลิเมอร์ในสารละลาย","Sample Specification":"ตัวอย่างพอลิเมอร์ที่สามารถละลายได้ในน้ำ ได้แก่ ไคโตซาน (chitosan), พอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharides) เป็นต้น\nโดยตัวอย่างต้องเป็นของแข็ง และมีปริมาณอย่างน้อย 100 มิลลิกรัม\n'-การเตรียมตัวอย่างละลายสารตัวอย่างในตัวทำละลาย (0.2% w/v) ทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นกรองสารละลายที่ได้ด้วย filter membrane","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"GPC-Aqueous system (Waters e2695, Waters USA)"},{"_id":8,"เทคนิค":"เทคนิคการวิเคราะห์เชิงชีวภาพ","ชื่อการทดสอบ":"การทดสอบด้วยวิธี test on extracts method ตามมาตรฐาน ISO10993-5","ความสามารถ":"ประเมินความเป็นพิษของสิ่งที่สกัดได้จากตัวอย่างทดสอบ โดยการวิเคราะห์ผลเชิงคุณภาพ","คำอธิบาย":"วิเคราะห์ผลการทดสอบเชิงคุณภาพ โดยพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ใช้ทดสอบเป็นหลัก และนำผลในเชิงปริมาณมาประกอบการพิจารณาผลวิเคราะห์ โดยเปรียบเทียบผลกับชุดควบคุม","Sample Specification":"วัสดุอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้ทางการแพทย์ \n(Medical devices)\nขนาดพื้นที่ผิว    \n  (Surface area) \n  60.0 ตารางเซนติเมตร   \nตัวอย่างที่ไม่สามารถ   \n  คำนวณพื้นที่ผิวได้\n  (Irregularly shaped \n  solid devices) \n  3.0 กรัม \nตัวอย่างที่มีน้ำหนักเบา \n  มีรูพรุน \n  (Low density)","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"เครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ผล ได้แก่\nInverted microscope (Leica DMIL)"},{"_id":9,"เทคนิค":"เทคนิคการวิเคราะห์เชิงชีวภาพ","ชื่อการทดสอบ":"MTT Assay\n(อ้างอิงมาตรฐาน \nISO 10993-5)","ความสามารถ":"ประเมินความเป็นพิษของสิ่งที่สกัดได้จากตัวอย่างทดสอบ โดยการวิเคราะห์ผลเชิงปริมาณ","คำอธิบาย":"เป็นการทดสอบหา Cell viability โดยเซลล์ที่มีชีวิตจะสามารถใช้ enzyme succinate dehydrogenase ทำปฏิกิริยากับสาร MTT ที่มีสีเหลือง ให้เปลี่ยนเป็น formazan product ซึ่งมีสีม่วงน้ำเงิน และทำการวัดค่า OD ที่ความยาวคลื่น 570 นาโนเมตร ซึ่งค่าที่ได้จะสัมพันธ์กับปริมาณเซลล์ที่มีชีวิตอยู่","Sample Specification":"วัสดุอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้ทางการแพทย์ \n(Medical devices)\nขนาดพื้นที่ผิว    \n  (Surface area) \n  60.0 ตารางเซนติเมตร   \nตัวอย่างที่ไม่สามารถ   \n  คำนวณพื้นที่ผิวได้\n  (Irregularly shaped \n  solid devices) \n  3.0 กรัม \nตัวอย่างที่มีน้ำหนักเบา \n  มีรูพรุน \n  (Low density)","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"เครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ผล ได้แก่\n-\tInverted microscope (Leica DMIL)\n-\tMicroplate reader \n(EASYS UVM 340)"},{"_id":10,"เทคนิค":"เทคนิคการวิเคราะห์เชิงชีวภาพ","ชื่อการทดสอบ":"การทดสอบชิ้นงานโดยตรงด้วยเซลล์เนื้อเยื่อ (Direct contact method-Inhouse method)","ความสามารถ":"ประเมินการตอบสนองของเซลล์เนื้อเยื่อ โดยบนพื้นผิวชิ้นงานทดสอบโดยตรง โดยการวิเคราะห์ผลเชิงคุณภาพ","คำอธิบาย":"เป็นการทดสอบเซลล์เนื้อเยื่อบนพื้นผิวของชิ้นงานทดสอบโดยตรง เพื่อประเมินการตอบสนองของเซลล์ที่มีต่อชิ้นงาน และผลกระทบของชิ้นงานที่มีต่อเซลล์  โดยประเมินจากลักษณะของเซลล์ (morphology) การยึดเกาะบนพื้นผิว (cell attachment) และการเจริญเติบโตของเซลล์","Sample Specification":"วัสดุอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้ทางการแพทย์ (Medical device) ขนาด 1.0 x 1.0 ตารางเซนติเมตร ความหนา 0.5 เซนติเมตร และต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อแช่ด้วยแอลกอฮอล์","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"เครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ผล ได้แก่\nAutomated Critical Point Dryer (Leica EM CPD030)\nInverted microscope (Leica DMIL)\nScanning Electron Microscope (SEM)"},{"_id":11,"เทคนิค":"เทคนิคการวิเคราะห์เชิงชีวภาพ","ชื่อการทดสอบ":"การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียในผลิตภัณฑ์ด้วยวิธีมาตรฐาน JIS Z 2801 และ ISO 22196","ความสามารถ":"การวิเคราะห์เชิงปริมาณเพื่อหาประสิทธิภาพการ ยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียบนพื้นผิวของวัสดุที่ไม่มีรูพรุน (Non-porous materials) และไม่ดูดซับน้ำ ","คำอธิบาย":"ทดสอบด้วยเทคนิค Static direct contact method โดยหยดเชื้อแบคทีเรียสัมผัสโดยตรงกับพื้นผิวตัวอย่าง จากนั้นสกัดเชื้อออกจากตัวอย่าง เพื่อหาจำนวนเชื้อแบคทีเรียที่เหลืออยู่ (surviving cells) แล้วนำมาคำนวณหาประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อ\nใช้เชื้อแบคทีเรียทดสอบ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ Escherichia coli และ Staphylococcus aureus ","Sample Specification":"วัสดุไม่มีรูพรุนและ ไม่ดูดซับน้ำ เช่น พลาสติก เซรามิก และโลหะ ขนาด \nไม่ดูดซับน้ำ เช่น พลาสติก เซรามิก และโลหะ ขนาด 5.0 x 5.0 ตารางเซนติเมตร  ","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"เครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ผล ได้แก่\n-\tAutomatic colony counter (Interscience: SCAN? 1200)"},{"_id":12,"เทคนิค":"เทคนิคการวิเคราะห์เชิงชีวภาพ","ชื่อการทดสอบ":"การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียในผลิตภัณฑ์ด้วยวิธีมาตรฐาน ASTM E 2149","ความสามารถ":"การวิเคราะห์เชิงปริมาณเพื่อหาประสิทธิภาพการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียบนพื้นผิวของวัสดุที่มีรูพรุน (Porous materials) หรือ วัสดุไม่มีรูพรุน  (Non-porous materials)","คำอธิบาย":"ทดสอบด้วยเทคนิค Flask shake method เพื่อหาจำนวนเชื้อแบคทีเรียที่เหลืออยู่ (surviving cells) แล้วนำมาคำนวณหาประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อใช้เชื้อแบคทีเรียทดสอบ 1 สายพันธุ์ ได้แก่ Escherichia coli หรือStaphylococcus aureus","Sample Specification":"วัสดุที่มีหรือไม่มีรูพรุน น้ำหนัก 1 ? 0.2 กรัม","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"เครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ผล ได้แก่\n-\tAutomatic colony counter (Interscience: SCAN? 1200)"},{"_id":13,"เทคนิค":"เทคนิคการวิเคราะห์เชิงชีวภาพ","ชื่อการทดสอบ":"การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียในผลิตภัณฑ์ด้วยวิธีมาตรฐาน AATCC 147","ความสามารถ":"การวิเคราะห์เชิงคุณภาพเพื่อหาประสิทธิภาพการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียในวัสดุสิ่งทอ (Textile) หรือวัสดุที่มีรูพรุน (Porous materials) และดูดซับน้ำ","คำอธิบาย":"ทดสอบด้วยเทคนิค Agar diffusion โดยวางชิ้นตัวอย่างลงบนอาหารเลี้ยงเชื้อแข็งที่มีเชื้อแบคทีเรียอยู่ จากนั้นตรวจวัดขนาด \nClear zone ใช้เชื้อแบคทีเรีย 2 สายพันธุ์ ได้แก่ Escherichia coli และ Staphylococcus aureus   ","Sample Specification":"วัสดุที่มีรูพรุน เช่น สิ่งทอ ขนาด 2.5 x 2.5 เซนติเมตร ความหนาไม่เกิน 1.0 เซนติเมตร","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"เครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ผล ได้แก่\n-\tStereomicroscope \n(Optika SZP-10)"},{"_id":14,"เทคนิค":"เทคนิคการวิเคราะห์เชิงชีวภาพ","ชื่อการทดสอบ":"การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการต้านเชื้อราในผลิตภัณฑ์ด้วยวิธีมาตรฐาน AATCC 30, part III","ความสามารถ":"การวิเคราะห์เชิงกึ่งปริมาณ (Semi-quantitative) เพื่อหาประสิทธิภาพการต้านเชื้อราในวัสดุสิ่งทอ (Textile)","คำอธิบาย":"ทดสอบด้วยเทคนิค Agar diffusion และ Static direct contact method โดยวางชิ้นตัวอย่างลงบนอาหารเลี้ยงเชื้อแข็งที่มีเชื้อราอยู่ และหยดสารละลายสปอร์ของเชื้อราลงบนผิวชิ้นตัวอย่างโดยตรง จากนั้นตรวจหาระดับการเจริญของเชื้อราบนชิ้นงาน และวัดขนาด Clear zone เชื้อราทดสอบ 1 สายพันธุ์ ได้แก่ Penicillium pinophilum หรือ Gliocladium virens","Sample Specification":"วัสดุที่มีรูพรุน เช่น สิ่งทอ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.8 เซนติเมตร ","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"เครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ผล ได้แก่\n-\tBinocular microscope (LEICA CME)\n-\tStereomicroscope \n(Optika SZP-10)"},{"_id":15,"เทคนิค":"เทคนิคการวิเคราะห์เชิงชีวภาพ","ชื่อการทดสอบ":"การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการต้าน\nเชื้อราในผลิตภัณฑ์ด้วย\nวิธีมาตรฐาน ASTM G21 และ JIS Z 2911","ความสามารถ":"การวิเคราะห์เชิงกึ่งปริมาณ (Semi-quantitative) เพื่อหาประสิทธิภาพการต้านเชื้อราในวัสดุโพลิเมอร์สังเคราะห์ และพลาสติก","คำอธิบาย":"-\tทดสอบด้วยเทคนิค Static direct contact method โดยการหยดสารละลายสปอร์ของเชื้อราลงบนผิวชิ้นตัวอย่างโดยตรง จากนั้นตรวจวัดระดับการเจริญของเชื้อราบนชิ้นงาน\nเชื้อราทดสอบ 4 สายพันธุ์ได้แก่ Penicillium pinophilum, Chaetomium globosum, Gliocladium virens และ Aureobasidium pullulans    ","Sample Specification":"วัสดุโพลิเมอร์สังเคราะห์ และพลาสติก \n-\tASTM G21 ตัวอย่างขนาด \n5.0 x 5.0 ตารางเซนติเมตร \nความหนาไม่เกิน 10 เซนติเมตร\n-\tJIS Z 2911 ตัวอย่างขนาด\n3.0 x 3.0 เซนติเมตร \nความหนาไม่เกิน 1.0 เซนติเมตร","ชื่อเครื่อง/รุ่น":"เครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ผล ได้แก่\n-\tBinocular microscope (LEICA CME)\n-\tStereomicroscope \n(Optika SZP-10)"},{"_id":16,"เทคนิค":null,"ชื่อการทดสอบ":null,"ความสามารถ":null,"คำอธิบาย":null,"Sample Specification":null,"ชื่อเครื่อง/รุ่น":null}], "fields": [{"id": "_id", "type": "int"}, {"id": "\u0e40\u0e17\u0e04\u0e19\u0e34\u0e04", "type": "text"}, {"id": "\u0e0a\u0e37\u0e48\u0e2d\u0e01\u0e32\u0e23\u0e17\u0e14\u0e2a\u0e2d\u0e1a", "type": "text"}, {"id": "\u0e04\u0e27\u0e32\u0e21\u0e2a\u0e32\u0e21\u0e32\u0e23\u0e16", "type": "text"}, {"id": "\u0e04\u0e33\u0e2d\u0e18\u0e34\u0e1a\u0e32\u0e22", "type": "text"}, {"id": "Sample Specification", "type": "text"}, {"id": "\u0e0a\u0e37\u0e48\u0e2d\u0e40\u0e04\u0e23\u0e37\u0e48\u0e2d\u0e07/\u0e23\u0e38\u0e48\u0e19", "type": "text"}], "_links": {"start": "/api/3/action/datastore_search?resource_id=613a8b61-17eb-4ade-9833-7eefbbbc9985", "next": "/api/3/action/datastore_search?offset=100&resource_id=613a8b61-17eb-4ade-9833-7eefbbbc9985"}, "total": 16, "total_was_estimated": false}}